news-website-Latest-update

ข่าวนายน๊อต อดีตเวรเปลมือฆ่าพยาบาล

กลายเป็นข่าวระทึกขวัญเมื่อเกิดเหตุปาดคอในรถยนต์ “น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์” ซึ่งเป็นพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลภาชี โดยฝีมือของ นายอั๋น ฟักศิริ ที่เคยทำงานเป็นเวรเปลในโรงพยาบาลเดียวกัน โดยอ้างว่า “มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้ตายมานานกว่า 5 ปี” ในขณะที่ผู้เป็นสามีของผู้ตายก็ออกมายืนยันว่าภรรยาตนเองเป็นคนที่นับหน้าถือตาไม่มีทางที่จะทำอะไรแบบนั้นแน่ จนกระทั่งนายน็อตได้กลับคำให้การใหม่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ “โกรธที่ผู้ตายไม่ให้ยืมเงิน”

ผู้ก่อเหตุอ้างว่าก่อนหน้านี้ได้ไปหาเพื่อนที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อขอยืมเงินจำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่ได้มา ระหว่างนั้นได้เห็นว่า น.สศรีสุภางค์ กำลังออกจากเวรตนเองจึงไปยืนรอพบที่หน้าโรงพยาบาลก่อนที่จะขึ้นรถมาคุยกันบนรถเก๋งของผู้ตาย จังหวะนี้เองที่ได้เกิดมีปากเสียงกันขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยทางฝ่ายผู้ตายได้ด่าทอเสียๆ หายๆ จนทำให้เกิดอารมณ์โมโห เนื่องจากมายืมเงินจำนวน 10,000 บาทกลับไม่ได้เงิน แถมยังถูกด่ากลับมาอีก จึงได้คว้ามีดคัตเตอร์ที่พกมาปาดคอจนเลือดไหลออกมาจำนวนมาก แต่ผู้ตายยังไม่ได้เสียชีวิตทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้นภายในรถ สุดท้ายนายน็อตได้กดหน้าของผู้ตายเข้ากับเบาะจนขาดอากาศหายใจตายในที่สุด หลังจากนั้นก็ได้หยิบสร้อยทอง รวมถึงแหวนของผู้ตายหลบหนีไปพร้อมกันด้วย

Latest-update-news-website

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ในระหว่างที่ผู้ก่อเหตุได้ทำแผนก็มีผู้คนต่างรอที่จะรุมประชาทัณฑ์อยู่เต็มพื้นที่ หลังจากที่เสร็จทำแผนแม่ของผู้ตายก็ได้เดินมาผลักเข้าที่หน้าอกของนายน็อตอย่างจัง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องพาคุณแม่ออกมา ซึ่งช่วงเวลานี้เองนี้น็อตเริ่มร้องไห้ ตลอดเวลาที่อยู่ในการจับกุมของเจ้าหน้าที่ก็อยู่ในสภาพเคร่งเครียดตลอดเวลา เขาบอกว่าอยากที่จะไปขอขมาผู้ตาย แต่ทางด้านแม่และสามีไม่อนุญาติให้ไปงานศพเด็ดขาด รวมถึงยืนยันที่จะไม่อโหสิกรรม พร้อมกับบอกว่าอยากให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

ในส่วนของรูปคดีนั้นทางตำรวจได้แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” เพียงข้อหาเดียว เนื่องจากผู้ตายไม่ได้มีการเตรียมตัวมาฆ่าตั้งแต่แรกทำให้ไม่เข้าข่าย “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ตามมาตรา 289 มีโทษสูงสุดคือ “ประหารชีวิต”เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าข้อหาเดิมที่แจ้งจะมีโทษสูงสุดเช่นเดียวกันแต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะใช้หรือไม่ หากมีหลักฐานใดเพิ่มเติมอาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มในอนาคต โดยตอนนี้ได้นำผู้ต้องหาไปฝากขังเรียบร้อยแล้ว โดยศาลสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว

all-news-site-Latest-update

ข่าวจับตาย โอ หลอกกิ๊กแฟนฆ่าฝังดิน

หลังจากที่มีการพบศพ “นายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ” อายุ 33 ปี ถูกฝังอยู่ในวัดลาดน้ำ ตำรวจก็ตามสืบจนทราบตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน ที่ได้รับอนุมัติหมายจับจากศาลเรียบร้อยแล้ว โดย 1 ในผู้ต้องหาที่ต้องการตัวมากที่สุดคือ “นายสมศักดิ์ เล็ดลอด” หรือ “โอ” ผู้ที่ลงมือฆ่านายชัยประสิทธิ์ที่ได้หลบหนีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในขณะนี้ เราต้องขอเล่าย้อนความไปถึงเรื่องคดีที่เกิดขึ้นกันก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ซึ่งต้นเหตุก็เกิดมาจาก “ความหึงหวง” ของนายสมศักดิ์ทั้งสิ้น

โดยผู้ต้องหาที่เป็นแฟนของนายสมศักดิ์ได้ให้สารภาพกับเจ้าหน้าที่ ว่าตนเองถูกบังคับให้โทรล่อนายชัยประสิทธิ์มาหา หลังจากที่มาถึงก็ได้มีการทำร้ายร่างกายจนถึงขั้นสลบ หลังจากนั้นนายโอได้โทรเรียกเพื่อนมาสมทบโดยมีการมัดมือของนายชัยประสิทธิ์ด้วยไม้แขวนเสื้อเอาไว้ หลังจากนั้นนายโอก็ได้กลับมาอีกครั้งเมื่อเวลา 3 ทุ่ม และได้ทำการลงมือทำร้ายนายชัยประสิทธิ์จนเสียชีวิต นายโอจึงสั่งให้เพื่อนๆ ช่วยกันห่อศพเพื่อนำร่างไปทิ้งไว้ข้างทาง พร้อมกับทิ้งรถจักรยานยนต์ของผู้ตายห่างออกไปประมาณ 200 เมตร จนไม่นานก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่ว ทำให้ผู้ก่อเหตุกลัวจนรีบพากันย้ายศพไปฝังที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถเรียงลำดับผู้ร่วมก่อเหตุได้ดังนี้

1.สมศักดิ์ เล็ดลอด (มือฆ่า)
2.แปทิพย์ โลกรัก (นกต่อ)
3.ถนอมศักดิ์ ดีสละ (มัดมือผู้ตาย)
4.วิศรุต หีบเงิน (ห่อร่างผู้ตาย)
5.กิตติพงศ์ จงเจริญพิศาล (ห่อร่างผู้ตาย)
6.ทินกร สุขเจริญ (นำศพไปฝัง)
7.จักรกฤษณ์ น้อยสวัสดิ์ (นำศพไปฝัง)

Latest-update-all-news-site

อัพเดตสถานการณ์ล่าสุด

ล่าสุดตำรวจสามารถสืบจนพบที่กลบดานอยู่ในอำเภอคำเขื่อนแกว จังหวัดยโสธร จึงเกิดการไล่ล่ากันขึ้นโดยนายโอได้ชักปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ทางตำรวจตอบโต้กลับจนยิงถูกนายโอจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทำเอาคนเป็นแม่ใจสลายเมื่อทราบข่าว หลังพยายามโทรหาเพื่อเกลี้ยกล่อมให้มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเธอเดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอโอกาสให้คุยกับลูกของตนเองก่อน
หลังจากทราบว่าลูกชายของตนเองไม่ยอมที่จะถูกจับและจะสู้จนตัวตาย ทางตำรวจก็ให้โอกาสโทรแล้วแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อรู้ข่าวอีกทีนายโอเสียชีวิตไปแล้ว สุดท้ายนี้ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ถูกจับกุมแล้ว ยกเว้นแต่ “นางสาวปิยะพร เล็ดลอด” น้องสาวนายโอที่ให้การช่วยเหลือในการหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังเปิดโอกาสให้เธอได้มามอบตัวอยู่ในขณะนี้