เรื่องจริงยิ่งกว่าในหนัง เด็กวัยรุ่นไทยตั้งแก๊งขโมยของโดยการปีนหลังค้าบ้าน

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ที่ผ่าน มา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คลุมตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็ก 1 คนและวันรุ่นอีก 1 คนมาสอบปากคำรับสารภาพในข้อหา คดีลักทรัพย์ ซึ่งผู้ต้องหาคนแรกชื่อ นายธวัชชัย อายุ 19 ปี พร้อมกับ เด็กชาย หนึ่ง(นามสมมติ)อายุ 14 ปี พร้อมของกลางเป็นเงินสดจำนวน 9,000 บาท และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวน 15 เครื่อง จากการสอบปากคำของ พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค์ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่นั้น ผู้ต้องหาทั้งคู่ได้ให้การรับสารภาพว่า เคยก่อคดีแบบเดียวกันนี้มาแล้ว จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งครั้งแรกและครั้งที่ 2 จะก่อเหตุตามบ้านคนทั่วไป และครั้งที่ 3 ก็คือครั้งล่าสุดที่ถูกจับได้คือ ร้านขายโทรศัพท์มือสอง ซึ่งนายธวัชชัย ได้บอกเล่าถึงเหตุในการก่อเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นดังนี้ นายธวัชชัย  บอกกับทางตำรวจว่า ตัวเขานายธวัชชัย  เองนั้นไม่มีอาชีพและงานทำมาเป็นเวลานานแล้วเพราะตัวของเขาเองนั้นเคยติดคุกมาแล้ว 3 คดี และพึ่งจะพ้นโทษมาไม่นาน จึงทำให้ตัวของเขานั้นมีประวัติที่ไม่ค่อยดีนักในการที่จะไปหางานทำได้ บวกกับการที่ตัวของเขาเองนั้นเป็นคนที่ติดเกมเอามากๆ ตนจึงชวนเพื่อนๆมารวมกันลักขโมยทรัพย์สิน เพื่อนำไปขายและเพื่อนำเงินมาเติมเกมหรือซื้อบัตรเกมนั้นเอง แต่การลักทรัพย์ของ นายธวัชชัย นั้นไม่เหมือนกับวิธีที่โจนขโมยคนอื่นๆหรือคนทั่วไปที่เขาทำกัน โดยจะมีการขั้นตอนดังต่อไปนี้ โดยวิธีที่ขโมยทั้ง 2 คนนี้ทำนั้นก็คือการปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านจากนั้นก็ค่อยๆ เอากระเบื้องออกและค่อยๆ ลงมาเปิดหรือเจาะเพดานอีกที จากนั้นก็จะโรยตัวลงมาในบ้านและก็ทำการรื้อค้นทรัพย์สินที่มีค่าเอาไปเมื่อเสร็จแล้วก็ปืนออกจากทางเพดานเหมือนกับตอนที่เข้ามานั้นเอง ซึ่งวิธีการขโมยดังกล่าวนายธวัชชัย ได้อ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจำมาจากในหนังฮอลลีวูดและก็เอามาทำตามหรือทำเลียนแบบนั้นเอง และไม่คาดคิดว่าจะตนเองจะต้องมาถูกตำรวจจับ หลังจากที่ได้ก่อเหตุขโมยทรัพย์สินร้านโทรศัพท์มาได้ไม่นาน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้สืบหาข้อมูลและหลักฐานอีกต่อไปเนื่องจากยังมีเพื่อนร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี้อยู่อีกไม่ต่ำกว่า 2 คน